กำหนดสถานะลูกค้า (Status)
พร้อมที่จะจัดการลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้วหรือยัง? ระบบ Status (สถานะลูกค้า) จะช่วยให้คุณคัดกรองและจัดลำดับความสำคัญของลูกค้าได้อย่างชาญฉลาด เพื่อให้คุณใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดกับลูกค้าที่สำคัญที่สุดก่อน
เคยเจอปัญหาที่มีลูกค้าเข้ามาพร้อมๆ กัน แต่ไม่รู้ว่าควรดูแลคนไหนก่อนมั๊ยครับ? ระบบนี้สร้างมาเพื่อแก้ปัญหานั้น!
ทำไม Status ถึงสำคัญ
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ทำไม Status ถึงสำคัญ”- 🎯 จัดลำดับความสำคัญได้ชัดเจน — ลูกค้าที่เป็น Hot Lead พร้อมซื้อควรได้รับความสนใจก่อนลูกค้าที่ยังตัดสินใจไม่ได้
- ⚡ ใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ — Admin ที่มีเวลาน้อยสามารถโฟกัสกับลูกค้าที่มีโอกาสปิดการขายสูงสุด
- 💰 เพิ่มยอดขาย — ดูแลลูกค้าที่พร้อมซื้อได้ทันเวลา ลดโอกาสที่พวกเขาจะไปหาร้านอื่น
- 📊 มองเห็นภาพรวมได้ชัดเจน — รู้ว่าตอนนี้มีลูกค้ากี่คนอยู่ในแต่ละขั้นตอนของ Sales Funnel
- 🔄 ทำงานแบบอัตโนมัติ — AI สามารถกำหนด Status ให้โดยอัตโนมัติจาก Intent ที่ตรวจจับได้
ความแตกต่างระหว่าง Status และ Intent
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ความแตกต่างระหว่าง Status และ Intent”Intent บอกว่า “เค้าสนใจอะไร” (เช่น ถามราคา, สอบถามการจัดส่ง, ต้องการสินค้า)
Status บอกว่า “ลูกค้าอยู่ในขั้นตอนไหนของการซื้อ” (เช่น ยังไม่แน่ใจ, พร้อมซื้อ, ปิดการขายแล้ว)
ตัวอย่าง: ลูกค้าอาจมี Intent เป็น “ถามราคา” แต่ Status อาจเป็น “Hot Lead” (ถ้าพร้อมซื้อ) หรือ “Cold Lead” (ถ้ายังแค่เช็คราคาไว้ก่อน)
Status เริ่มต้นและความหมาย
หัวข้อที่มีชื่อว่า “Status เริ่มต้นและความหมาย”เมื่อคุณสร้าง Droid ใหม่ ระบบจะตั้งค่า Status เริ่มต้น 5 แบบให้อัตโนมัติ:
👋 Greeting (ทักทาย / เริ่มต้น)
หัวข้อที่มีชื่อว่า “👋 Greeting (ทักทาย / เริ่มต้น)”ลูกค้าเพิ่งเริ่มสนใจ — มีความสนใจเบื้องต้น (Awareness) แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไร กำลังรอให้เราให้ข้อมูล
พฤติกรรม: ทักทาย, ถามกว้างๆ, เพิ่งเข้ามาดู
สิ่งที่ควรทำ:
- ตอบไว
- ให้ข้อมูลครบถ้วน
- ถามกลับเพื่อเปิดใจและทำความเข้าใจความต้องการ
❄️ Cold Lead (ลูกค้าที่ยังไม่พร้อม / นิ่งเฉย)
หัวข้อที่มีชื่อว่า “❄️ Cold Lead (ลูกค้าที่ยังไม่พร้อม / นิ่งเฉย)”ยังไม่พร้อมซื้อตอนนี้ — อาจจะกำลังเปรียบเทียบราคากับร้านอื่น หรือแค่ถามเช็คราคาไว้ก่อน
พฤติกรรม: อ่านไม่ตอบ, ตอบช้า, บอกว่า “ขอดูก่อน”
สิ่งที่ควรทำ:
- อย่าเพิ่งตื้อ รอจังหวะที่เหมาะสม
- เก็บข้อมูลการติดต่อไว้
- ใช้วิธี Follow-up หรือ Broadcast โปรโมชั่นไปกระตุ้นภายหลัง
🔥 Hot Lead (ลูกค้ามุ่งหวังสูง / พร้อมซื้อ)
หัวข้อที่มีชื่อว่า “🔥 Hot Lead (ลูกค้ามุ่งหวังสูง / พร้อมซื้อ)”ลูกค้าตัดสินใจซื้อแล้วในใจ 80-90% — เหลือแค่รอความมั่นใจสุดท้ายหรือขั้นตอนการชำระเงิน
พฤติกรรม: ถามสเปคลึก, ขอเลขบัญชี, พยายามต่อรองราคา, ถามเรื่องการจัดส่ง
สิ่งที่ควรทำ: ⚡ ด่วนที่สุด!
- สรุปยอดให้ชัดเจน
- เร่งปิดการขาย
- ส่งช่องทางชำระเงินทันที
- ตอบเร็วที่สุด ห้ามปล่อยให้รอนาน
🎉 Closed Won (ปิดการขายสำเร็จ)
หัวข้อที่มีชื่อว่า “🎉 Closed Won (ปิดการขายสำเร็จ)”ภารกิจการขายเสร็จสิ้น — เข้าสู่กระบวนการจัดส่ง (Fulfillment) และการบริการหลังการขาย
พฤติกรรม: ส่งสลิป, ให้ที่อยู่จัดส่ง, รอของ
สิ่งที่ควรทำ:
- ขอบคุณลูกค้า
- แจ้งเลขพัสดุและติดตามการจัดส่ง
- ชวนสมัครสมาชิกหรือเข้ากลุ่ม
- สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวเพื่อการซื้อครั้งต่อไป
😴 Passed (ผ่านไปก่อน / ปิดการขายไม่ได้)
หัวข้อที่มีชื่อว่า “😴 Passed (ผ่านไปก่อน / ปิดการขายไม่ได้)”ลูกค้าไม่สนใจซื้อในตอนนี้ — อาจปฏิเสธ, หาสินค้าที่ไม่มี, หรือไม่ตอบกลับ
พฤติกรรม: ปฏิเสธ, หาสินค้าที่ไม่มี, ไม่ตอบกลับนานมาก
สิ่งที่ควรทำ:
- ขอบคุณที่สนใจ
- เสนอสินค้าใกล้เคียง (ถ้ามี)
- จบการสนทนาอย่างสุภาพ
- ย้ายไปไว้ใน Archive เพื่อไม่ให้รก Inbox
- โฟกัสกับลูกค้าคนอื่นแทน
การกรองลูกค้าตาม Status
หัวข้อที่มีชื่อว่า “การกรองลูกค้าตาม Status”
ในหน้า Chat คุณจะเห็น:
- ปุ่มกรองทางด้านซ้ายมือ — แสดง Status ทั้งหมดที่คุณตั้งค่าไว้
- ปุ่ม [All] — แสดงลูกค้าทุกคนไม่ว่าจะอยู่ใน Status ไหน
- ปุ่ม Status อื่นๆ — คลิกเพื่อกรองเฉพาะลูกค้าใน Status นั้นๆ
วิธีใช้งาน
หัวข้อที่มีชื่อว่า “วิธีใช้งาน”- คลิกปุ่ม Status ที่ต้องการ (เช่น Hot Lead)
- ระบบจะแสดงเฉพาะลูกค้าที่อยู่ใน Status นั้น
- เลือกลูกค้าคนใดคนหนึ่ง
- ดูรายละเอียดลูกค้าทางด้านขวา
- สามารถเปลี่ยน Status ของลูกค้าได้จากหน้านี้
💡 เคล็ดลับ: เริ่มต้นทุกวันด้วยการตรวจสอบ Hot Lead ก่อนเสมอ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสปิดการขาย
การจัดการ Status
หัวข้อที่มีชื่อว่า “การจัดการ Status”
วิธีเข้าถึงหน้าจัดการ Status
หัวข้อที่มีชื่อว่า “วิธีเข้าถึงหน้าจัดการ Status”- ไปที่ การตั้งค่า (Settings)
- เลือก เงื่อนไขทางธุรกิจ (Business Rule)
- หาส่วน Status (สถานะลูกค้า)
คุณสมบัติที่มี
หัวข้อที่มีชื่อว่า “คุณสมบัติที่มี”- ดูรายการ Status ทั้งหมด — เห็นภาพรวมของ Status ที่มีอยู่
- เรียงลำดับ Status — ลากวางไอคอน 6 จุด (⠿) หน้าแต่ละ Status เพื่อจัดลำดับ
- แก้ไข Status — คลิกปุ่ม แก้ไข (Edit) เพื่อเปลี่ยนแปลงรายละเอียด
- เพิ่ม Status ใหม่ — คลิกปุ่ม เพิ่มสถานะ (Add Status)
- ลบ Status — ลบ Status ที่ไม่ต้องการออก (มีเงื่อนไข - ดูด้านล่าง)
การสร้างหรือแก้ไข Status
หัวข้อที่มีชื่อว่า “การสร้างหรือแก้ไข Status”
เมื่อคลิก Add Status หรือ Edit ระบบจะแสดงฟอร์มให้กรอก มีฟิลด์ดังนี้:
Emoji (ไอคอนสัญลักษณ์)
หัวข้อที่มีชื่อว่า “Emoji (ไอคอนสัญลักษณ์)”ใช้เป็นสัญลักษณ์ตัวย่อ เพื่อให้จดจำและแยกแยะได้ง่ายตอนกรอง Status
ตัวอย่าง:
- 👋 สำหรับ Greeting
- ❄️ สำหรับ Cold Lead
- 🔥 สำหรับ Hot Lead
- 🎉 สำหรับ Closed Won
- 😴️ สำหรับ Passed
Tips:
- เลือก Emoji ที่สื่อความหมายชัดเจน
- ใช้สีและรูปร่างที่แตกต่างกันเพื่อให้สังเกตง่าย
Label (ชื่อสถานะ)
หัวข้อที่มีชื่อว่า “Label (ชื่อสถานะ)”เป็นชื่อของ Status ที่จะแสดงในระบบ
ตัวอย่าง:
- “Greeting”
- “Cold Lead”
- “Hot Lead - พร้อมซื้อ”
- “Closed Won - ชำระเงินแล้ว”
- “Passed - ไม่สนใจ”
Tips:
- ใช้ชื่อที่ชัดเจน สั้น กระชับ
- สามารถใช้ภาษาไทยหรืออังกฤษก็ได้
- เพิ่มคำอธิบายสั้นๆ ด้านหลังถ้าต้องการ
Color (สีของสถานะ)
หัวข้อที่มีชื่อว่า “Color (สีของสถานะ)”เป็นสีที่จะใช้แสดง Status ในหน้า Chat และรายงานต่างๆ
วิธีใช้:
- เลือกสีที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละ Status
- ใช้สีแดงหรือส้มสำหรับ Status ที่ต้องดูแลด่วน (Hot Lead)
- ใช้สีเขียวสำหรับ Status ที่ปิดการขายแล้ว (Closed Won)
- ใช้สีเทาหรือน้ำเงินอ่อนสำหรับ Status ที่ไม่เร่งด่วน (Cold Lead, Passed)
Tips:
- สีช่วยให้สังเกตเห็นได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีลูกค้าเยอะ
- ใช้สีที่สอดคล้องกับความหมาย (เช่น 🔥 Hot = สีแดง, ❄️ Cold = สีฟ้า)
Option (ตัวเลือกการควบคุม)
หัวข้อที่มีชื่อว่า “Option (ตัวเลือกการควบคุม)”กำหนดว่าสามารถ Downgrade ลูกค้าจาก Intent หรือจาก AI ได้หรือไม่
ความหมายของการ Upgrade และ Downgrade
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ความหมายของการ Upgrade และ Downgrade”ลำดับของ Status จากบนลงล่าง (หรือจากซ้ายไปขวา) มีค่าดังนี้:
- Status ด้านล่าง = ค่าต่ำ (เช่น Greeting, Cold Lead)
- Status ด้านบน = ค่าสูง (เช่น Hot Lead, Closed Won)
Upgrade = เปลี่ยน Status ไปที่มีค่าสูงขึ้น (ดี ✅) Downgrade = เปลี่ยน Status ไปที่มีค่าต่ำลง (ไม่พึงประสงค์ ❌)
ตัวอย่างการทำงาน
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ตัวอย่างการทำงาน”สมมติว่าลูกค้าอยู่ใน Status “Hot Lead” แล้วพิมพ์ “สวัสดีครับ” เข้ามา:
-
Intent ที่จับได้: “Greeting” (ทักทาย)
-
Intent นี้กำหนดให้ Status เป็น “Greeting”
-
แต่ “Greeting” มีค่าต่ำกว่า “Hot Lead”
-
ถ้าตั้งค่าเป็น “ไม่อนุญาต Downgrade”:
- ❌ ระบบจะไม่เปลี่ยน Status ของลูกค้าจาก “Hot Lead” เป็น “Greeting”
- ✅ ลูกค้ายังคงอยู่ใน “Hot Lead” เหมือนเดิม
-
ถ้าตั้งค่าเป็น “อนุญาต Downgrade”:
- ✅ ระบบจะเปลี่ยน Status ของลูกค้าเป็น “Greeting”
- ⚠️ อาจทำให้พลาดลูกค้าที่กำลังจะซื้อ
ตัวอย่างเพิ่มเติม
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ตัวอย่างเพิ่มเติม”กรณี 1: ปกป้อง Hot Lead
ลูกค้าอยู่ใน “Hot Lead” แล้วถาม “ส่งไวไหม?”
- Intent: “ถามการจัดส่ง” → Status: “Cold Lead”
- เนื่องจาก Hot Lead > Cold Lead (Downgrade)
- ระบบจะไม่เปลี่ยน ให้กลายเป็น Cold Lead
- ลูกค้ายังคงเป็น Hot Lead เพื่อให้ Admin ติดตามอย่างใกล้ชิด ✅
กรณี 2: อนุญาต Upgrade
ลูกค้าอยู่ใน “Greeting” แล้วบอก “ขอเลขบัญชีหน่อยครับ”
- Intent: “ขอชำระเงิน” → Status: “Hot Lead”
- เนื่องจาก Hot Lead > Greeting (Upgrade)
- ระบบจะเปลี่ยน Status เป็น Hot Lead ✅
- Admin จะเห็นได้ทันทีว่าลูกค้าพร้อมซื้อแล้ว
กรณี 3: การเปลี่ยนแบบแมนนวล
Admin สามารถเปลี่ยน Status ด้วยตนเองได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็น Upgrade หรือ Downgrade โดยเข้าไปเปลี่ยนได้ที่หน้า Chat
- เลือกลูกค้าที่ต้องการ
- ดูรายละเอียดลูกค้าทางด้านขวามือ
- เปลี่ยน Status ได้ตามต้องการ
- ตัวเลือก “ไม่อนุญาต Downgrade” ใช้ได้เฉพาะการเปลี่ยนโดยอัตโนมัติจาก AI หรือ Intent เท่านั้น
- Admin ยังคงควบคุมได้ 100% ผ่านหน้า Chat
💡 คำแนะนำ: ส่วนใหญ่ควรตั้งเป็น “ไม่อนุญาต Downgrade” สำหรับ Status ที่สำคัญ (Hot Lead, Closed Won) เพื่อป้องกันไม่ให้ AI เปลี่ยนลูกค้าที่กำลังจะซื้อกลับไปเป็นลูกค้าธรรมดา
การลบ Status
หัวข้อที่มีชื่อว่า “การลบ Status”กรณีทั่วไป
หัวข้อที่มีชื่อว่า “กรณีทั่วไป”เมื่อคุณลบ Status ที่ไม่มีลูกค้าใช้งานอยู่ ระบบจะลบทันที
กรณีพิเศษ: มีลูกค้าใช้ Status นี้อยู่
หัวข้อที่มีชื่อว่า “กรณีพิเศษ: มีลูกค้าใช้ Status นี้อยู่”ถ้ามีลูกค้าถือ Status นี้อยู่แล้ว ระบบจะ:
- Archive Status นั้นไว้ — ไม่ลบทันที
- ซ่อนไม่ให้เลือกได้ — Admin จะเลือก Status นี้ให้ลูกค้าใหม่ไม่ได้อีก
- ลูกค้าเก่ายังคงมี Status นี้ — จนกว่า Admin จะเปลี่ยนให้
- ลบได้เมื่อไม่มีลูกค้าใช้แล้ว — เมื่อไม่มีลูกค้าคนไหนถือ Status นี้อีกต่อไป ระบบจะลบจริงๆ
วิธี Restore (กู้คืน) Status ที่ Archive ไว้
หัวข้อที่มีชื่อว่า “วิธี Restore (กู้คืน) Status ที่ Archive ไว้”- ไปที่ตำแหน่งเดิมที่คุณลบ Status
- คลิกปุ่ม Restore (กู้คืน)
- Status จะกลับมาใช้งานได้ปกติ
⚠️ สำคัญ: ก่อนลบ Status ให้แน่ใจว่าคุณได้เปลี่ยน Status ของลูกค้าทั้งหมดไปยัง Status อื่นก่อน มิฉะนั้นจะไม่สามารถลบได้
การกำหนด Status อัตโนมัติผ่าน Intent
หัวข้อที่มีชื่อว่า “การกำหนด Status อัตโนมัติผ่าน Intent”
นอกจากการกำหนด Status ด้วยตนเองแล้ว คุณยังสามารถให้ AI กำหนดอัตโนมัติผ่าน Intent ได้
ขั้นตอนที่ 1: เข้าสู่หน้าแก้ไข Intent
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ขั้นตอนที่ 1: เข้าสู่หน้าแก้ไข Intent”- ไปที่ Tuning > Intent
- เลือก Intent ที่ต้องการแก้ไข
- คลิกปุ่ม Edit (แก้ไข)
ขั้นตอนที่ 2: กำหนด Status ใน Intent
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ขั้นตอนที่ 2: กำหนด Status ใน Intent”
ในหน้าแก้ไข Intent:
- เลื่อนลงมาที่ส่วน Status to Assign (สถานะที่จะกำหนด)
- เลือก Status ที่ต้องการให้กำหนดเมื่อลูกค้าตรงกับ Intent นี้
- บันทึกการตั้งค่า
วิธีการทำงาน
หัวข้อที่มีชื่อว่า “วิธีการทำงาน”เมื่อลูกค้าส่งข้อความที่ตรงกับ Intent นี้:
- AI จะจับ Intent ได้
- ระบบจะกำหนด Status ที่เลือกไว้ให้ลูกค้าโดยอัตโนมัติ
- เงื่อนไข: จะกำหนดได้เฉพาะแบบ Upgrade เท่านั้น (ตามที่ตั้งค่าไว้ใน Option)
ตัวอย่างการใช้งาน
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ตัวอย่างการใช้งาน”Intent: “ขอเลขบัญชี”
- Status to Assign: Hot Lead
- ผลลัพธ์: เมื่อลูกค้าถามเลขบัญชี ระบบจะเปลี่ยน Status เป็น Hot Lead ทันที
Intent: “ไม่สนใจ”
- Status to Assign: Passed
- ผลลัพธ์: เมื่อลูกค้าบอกไม่สนใจ ระบบจะย้ายไปที่ Passed เพื่อให้ Admin รู้ว่าไม่ต้องติดตาม
Intent: “ถามราคา”
- Status to Assign: Cold Lead
- ผลลัพธ์: เมื่อลูกค้าถามราคา แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อ ระบบจะกำหนดเป็น Cold Lead
💡 เคล็ดลับ: กำหนด Status ให้กับ Intent ที่บ่งบอกถึงความพร้อมซื้อชัดเจน เช่น “ขอเลขบัญชี”, “ต่อรองราคา”, “สั่งซื้อ” ควรเป็น Hot Lead
ตัวอย่างการตั้งค่า Status สำหรับธุรกิจต่างๆ
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ตัวอย่างการตั้งค่า Status สำหรับธุรกิจต่างๆ”ร้านค้าออนไลน์ทั่วไป
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ร้านค้าออนไลน์ทั่วไป”| Status | Emoji | เมื่อไหร่ควรใช้ |
|---|---|---|
| Greeting | 👋 | ทักทายครั้งแรก |
| Cold Lead | ❄️ | ถามราคา ดูสินค้า ยังไม่ตัดสินใจ |
| Hot Lead | 🔥 | ขอเลขบัญชี ต่อรองราคา พร้อมซื้อ |
| Closed Won | ✅ | ส่งสลิปชำระเงินแล้ว |
| Passed | ⏭️ | ไม่สนใจ หาสินค้าอื่น |
ธุรกิจบริการ (เช่น โรงแรม คลินิก)
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ธุรกิจบริการ (เช่น โรงแรม คลินิก)”| Status | Emoji | เมื่อไหร่ควรใช้ |
|---|---|---|
| Inquiry | 💬 | สอบถามข้อมูล |
| Quotation Sent | 📋 | ส่งใบเสนอราคาแล้ว |
| Ready to Book | 🔥 | พร้อมจอง |
| Confirmed | ✅ | จองแล้ว ชำระเงินแล้ว |
| Cancelled | ❌ | ยกเลิก |
ธุรกิจ B2B
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ธุรกิจ B2B”| Status | Emoji | เมื่อไหร่ควรใช้ |
|---|---|---|
| First Contact | 👋 | ติดต่อครั้งแรก |
| Qualified Lead | 📊 | ผ่านการคัดกรองแล้ว มีโอกาส |
| Proposal Sent | 📄 | ส่งข้อเสนอแล้ว |
| Negotiation | 💰 | กำลังเจรจา |
| Deal Closed | 🎉 | ปิดดีลแล้ว |
| Lost | ⏭️ | เสียโอกาส |
เคล็ดลับการใช้ Status ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
หัวข้อที่มีชื่อว่า “เคล็ดลับการใช้ Status ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”1. ตรวจสอบ Hot Lead เป็นอันดับแรกทุกวัน
หัวข้อที่มีชื่อว่า “1. ตรวจสอบ Hot Lead เป็นอันดับแรกทุกวัน”เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการกรองเฉพาะ Hot Lead และติดต่อลูกค้าเหล่านี้ก่อน เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสปิดการขาย
2. ตั้งค่า Intent ที่บ่งบอกความพร้อมซื้อ
หัวข้อที่มีชื่อว่า “2. ตั้งค่า Intent ที่บ่งบอกความพร้อมซื้อ”กำหนด Status อัตโนมัติสำหรับ Intent เหล่านี้:
- “ขอเลขบัญชี” → Hot Lead
- “ขอที่อยู่จัดส่ง” → Hot Lead
- “พร้อมจ่าย” → Hot Lead
- “ต่อรองราคา” → Hot Lead
3. ใช้ Cold Lead สำหรับ Follow-up
หัวข้อที่มีชื่อว่า “3. ใช้ Cold Lead สำหรับ Follow-up”ลูกค้าที่เป็น Cold Lead ให้:
- บันทึกข้อมูลไว้
- รอสัก 1-2 วัน
- ส่งโปรโมชั่นหรือข้อเสนอพิเศษกระตุ้น
- ใช้ Broadcast Message เพื่อติดต่อกลุ่มนี้
4. ย้าย Passed ไป Archive
หัวข้อที่มีชื่อว่า “4. ย้าย Passed ไป Archive”เมื่อแน่ใจว่าลูกค้าไม่สนใจจริงๆ:
- เปลี่ยน Status เป็น Passed
- ย้ายไป Archive
- ทำให้ Inbox สะอาด เห็นแต่ลูกค้าที่มีโอกาส
5. วิเคราะห์ข้อมูลเป็นประจำ
หัวข้อที่มีชื่อว่า “5. วิเคราะห์ข้อมูลเป็นประจำ”ดูสถิติ Status เป็นประจำเพื่อ:
- รู้ว่ามีลูกค้ากี่คนอยู่ในแต่ละขั้นตอน
- หา Bottleneck ที่ลูกค้าติดอยู่
- ปรับกลยุทธ์การขายให้เหมาะสม
6. อย่าลืมอัปเดต Status ด้วยตนเอง
หัวข้อที่มีชื่อว่า “6. อย่าลืมอัปเดต Status ด้วยตนเอง”แม้ AI จะกำหนด Status ให้โดยอัตโนมัติ แต่คุณควร:
- ตรวจสอบและแก้ไขถ้าไม่ถูกต้อง
- อัปเดตเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน
- ใช้วิจารณญาณของคุณเองประกอบ
การใช้ระบบ Status (สถานะลูกค้า) อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้คุณ:
✅ จัดลำดับความสำคัญ — ดูแลลูกค้าที่พร้อมซื้อก่อน
✅ ประหยัดเวลา — โฟกัสกับลูกค้าที่มีโอกาสสูงสุด
✅ เพิ่มยอดขาย — ไม่พลาดลูกค้าที่กำลังจะซื้อ
✅ ทำงานอัตโนมัติ — ให้ AI ช่วยกำหนด Status ผ่าน Intent
✅ มองเห็นภาพรวม — รู้ว่ามีลูกค้ากี่คนในแต่ละขั้นตอน
เริ่มต้นด้วย Status เริ่มต้น 5 แบบ แล้วค่อยปรับแต่งให้เข้ากับธุรกิจของคุณ อย่าลืมตรวจสอบและอัปเดตเป็นประจำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด!