ข้ามไปยังเนื้อหา

กำหนด Tag สำหรับจัดกลุ่มลูกค้า

ต้องการจัดกลุ่มลูกค้าเพื่อให้หาง่ายและทำงานเป็นทีมได้สะดวกขึ้นใช่ไหมครับ? ระบบ Tag จะช่วยให้คุณสามารถติด “ป้ายชื่อ” ให้กับลูกค้าแต่ละรายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ทั้งคุณและทีมสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

หน้าจอการตั้งค่า Tag ใน Business Rules

ระบบ Tag ปัจจุบันเป็นการติด tag แบบ manual แต่ในอนาคตจะมีระบบ tag อัตโนมัติเพิ่มเข้ามาด้วย!


  • 🏷️ จัดกลุ่มลูกค้าได้รวดเร็ว — ติด tag เพื่อแยกลูกค้าออกเป็นกลุ่มตามที่ต้องการ
  • 👥 ทำงานเป็นทีมได้ง่าย — สมาชิกทุกคนในทีมเห็น tag เดียวกัน รู้ว่าลูกค้าแต่ละรายเป็นใคร
  • 🔍 ค้นหาได้เร็ว — กรองลูกค้าด้วย default tag เพื่อหาคนที่ต้องการได้ทันที
  • 📝 จดจำได้ง่าย — ใส่ tag ที่มีความหมายเพื่อให้จำได้ว่าลูกค้าแต่ละรายมีอะไรพิเศษ
  • 🤖 พร้อมสำหรับอนาคต — ระบบ AI จะสามารถติด tag อัตโนมัติได้จากคำอธิบายที่คุณใส่ไว้

Default Tag

  • กำหนดไว้ล่วงหน้าในหน้า Settings > Business Rules
  • สมาชิกทุกคนในทีมสามารถเลือกใช้ได้ทันที
  • สามารถใช้กรองลูกค้าได้ในหน้า Chat
  • มีคำอธิบายเพื่อให้ทีมเข้าใจว่าใช้เมื่อไหร่

Tag อิสระ

  • ใส่ได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าก่อน
  • เหมาะกับกรณีที่ต้องการ tag แบบเฉพาะเจาะจง
  • ปัจจุบันใช้สำหรับสื่อสารกับทีมเท่านั้น (ยังค้นหาไม่ได้)
  • ถ้าลบ default tag ออกจาก Settings tag ที่ติดอยู่กับลูกค้าจะกลายเป็น tag อิสระ

  1. ไปที่ Settings > Business Rules
  2. มองหาส่วน Tag Settings

ส่วนตั้งค่า Tag ในหน้า Business Rules


ในการเพิ่ม default tag คุณจะต้องใส่:

ชื่อที่จะแสดงให้ทีมและ AI เห็น

ตัวอย่าง: VIP Customer, Urgent, Follow Up, Interested in Cat Food

💡 Tip: ใช้ชื่อที่สั้น กระชับ และบอกความหมายได้ชัดเจน


คำอธิบายมีสองประโยชน์สำคัญ:

  1. สำหรับทีม — ช่วยให้สมาชิกในทีมเข้าใจว่าควรใช้ tag นี้กับลูกค้าแบบไหน
  2. สำหรับ AI — ในอนาคต AI จะอ่านคำอธิบายนี้เพื่อติด tag อัตโนมัติให้

ตัวอย่าง:

Tag: VIP Customer
คำอธิบาย: ลูกค้าที่ซื้อสินค้ามูลค่าสูงกว่า 5,000 บาท หรือซื้อประจำทุกเดือน ควรได้รับบริการพิเศษและดูแลเป็นพิเศษ
Tag: Follow Up
คำอธิบาย: ลูกค้าที่สนใจสินค้าแต่ยังตัดสินใจไม่ได้ ต้องติดตามเพื่อตอบคำถามเพิ่มเติมภายใน 2-3 วัน
Tag: Urgent
คำอธิบาย: ลูกค้าที่ต้องการสินค้าด่วนหรือมีปัญหาที่ต้องแก้ไขภายในวันนี้ ควรตอบกลับโดยเร็วที่สุด

⚠️ สำคัญ: เขียนคำอธิบายให้ชัดเจนและละเอียด เพราะในอนาคต AI จะใช้ข้อมูลนี้ในการติด tag อัตโนมัติให้คุณ


เมื่อกรอกข้อมูลครบแล้ว:

  1. กดปุ่ม Save เพื่อบันทึก tag
  2. Tag จะปรากฏในรายการ default tag ทันที
  3. สมาชิกทุกคนในทีมสามารถใช้ tag นี้ได้เลย

  1. ไปที่หน้า Chat
  2. คลิกเลือกลูกค้าที่ต้องการติด tag
  3. รายละเอียดลูกค้าจะแสดงที่ด้านขวามือ

  1. มองหาส่วน Tag ในรายละเอียดลูกค้า
  2. คลิกที่ ไอคอนดินสอ เพื่อเปิดโหมดแก้ไข

ส่วนรายละเอียดลูกค้าพร้อมไอคอนดินสอสำหรับแก้ไข tag


เมื่อเปิดโหมดแก้ไขแล้ว คุณจะเห็น:

หน้าจอแก้ไข Tag ของลูกค้า

  • Tag ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าจาก Settings
  • คลิกเลือกได้ทันที
  • สามารถเลือกได้หลาย tag พร้อมกัน
  • พิมพ์ชื่อ tag ใหม่ได้เลยโดยไม่ต้องตั้งค่าก่อน
  • ใส่ได้เท่าไหร่ก็ได้ (ไม่จำกัดจำนวน)
  • เหมาะกับกรณีพิเศษที่ต้องการจดจำข้อมูลเฉพาะลูกค้ารายนั้น

Note: Tag อิสระปัจจุบันใช้สำหรับสื่อสารภายในทีมเท่านั้น ยังไม่สามารถใช้กรองหรือค้นหาได้


  1. เมื่อเลือก tag ครบแล้ว คลิกปุ่ม Save
  2. Tag จะถูกบันทึกและแสดงในรายละเอียดลูกค้าทันที
  3. สมาชิกทุกคนในทีมสามารถเห็น tag ที่ติดไว้

💡 Tip: สมาชิกทุกคนในทีมสามารถเพิ่มและแก้ไข tag ของลูกค้าได้ ไม่ว่าใครจะเป็นคนติด tag ไว้ก่อนหน้านี้


  1. ไปที่หน้า Chat
  2. คลิกปุ่ม Filter เหนือรายชื่อลูกค้า (ทางซ้ายมือ)
  3. เลือก default tag ที่ต้องการกรอง
  4. สามารถเลือกได้หลาย tag พร้อมกัน
  5. รายชื่อลูกค้าจะแสดงเฉพาะคนที่มี tag ที่เลือก

Note: การกรองใช้ได้กับ default tag เท่านั้น ส่วน tag อิสระยังไม่สามารถใช้กรองได้ในปัจจุบัน


ออกแบบ tag ให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ:

ตัวอย่างร้านขายสัตว์เลี้ยง:

  • First Time Buyer — ลูกค้าใหม่ที่ยังไม่เคยซื้อ
  • Regular Customer — ลูกค้าประจำที่ซื้อบ่อย
  • High Value — ลูกค้าที่ซื้อมูลค่าสูง
  • Need Follow Up — ต้องติดตามเพิ่มเติม
  • After Sales Care — ลูกค้าที่ซื้อไปแล้ว ต้องดูแลหลังการขาย

เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ AI auto-tagging:

ดี:

Tag: High Value
คำอธิบาย: ลูกค้าที่ซื้อสินค้ามูลค่ารวมตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป หรือซื้อสินค้ามากกว่า 3 รายการในคราวเดียว ควรได้รับส่วนลดพิเศษและบริการจัดส่งฟรี

ไม่ดี:

Tag: High Value
คำอธิบาย: ลูกค้าสำคัญ

Tag และ Status ทำงานร่วมกันได้ดี:

  • Status บอกว่าลูกค้าอยู่ในขั้นตอนไหนของการซื้อ (Hot Lead, Cold Lead, Closed)
  • Tag บอกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับลูกค้า (VIP, Urgent, Follow Up)

ตัวอย่าง: ลูกค้าคนหนึ่งอาจมี:

  • Status: Hot Lead (พร้อมซื้อ)
  • Tag: VIP Customer, Need Follow Up Today

ใช้ tag เพื่อส่งข้อความถึงเพื่อนร่วมทีม:

  • @John - Please handle — มอบหมายให้เพื่อนร่วมงานดูแล
  • Waiting for shipping info — กำลังรอข้อมูลการจัดส่ง
  • Price match requested — ลูกค้าขอให้เทียบราคา

  • ลบ default tag ที่ไม่ได้ใช้แล้วออก (tag ที่ติดอยู่จะกลายเป็น tag อิสระ)
  • รวม tag ที่มีความหมายซ้ำกัน
  • อัปเดตคำอธิบายให้ตรงกับการใช้งานปัจจุบัน

Tag จะแสดงเฉพาะในรายละเอียดลูกค้าด้านขวามือเท่านั้น ไม่แสดงในรายชื่อ All Chats ทางซ้ายมือ

ปัจจุบัน tag ต้องติดแบบ manual แต่ในอนาคต AI จะสามารถติด tag อัตโนมัติให้ตามคำอธิบายที่คุณใส่ไว้

ระบบกรองปัจจุบันใช้ได้กับ default tag เท่านั้น ส่วน tag อิสระใช้สำหรับบันทึกข้อมูลและสื่อสารภายในทีม


พร้อมที่จะจัดกลุ่มลูกค้าให้เป็นระบบแล้วใช่ไหมครับ? เริ่มต้นด้วยการตั้ง default tag ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณได้เลย! 🏷️