ข้ามไปยังเนื้อหา

ดึงข้อมูลลูกค้าแบบกำหนดเอง

นอกจาก 6 ฟิลด์พื้นฐาน (ชื่อ, เบอร์โทร, อีเมล, ที่อยู่, เมือง, รหัสไปรษณีย์) ที่มีมาให้แล้ว คุณสามารถกำหนดฟิลด์พิเศษให้ AI ดึงข้อมูลจากข้อความของลูกค้าได้เองตามที่ธุรกิจของคุณต้องการ

ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ ชื่อสัตว์เลี้ยง ความเร่งด่วนในการซื้อ หรือข้อมูลใดๆ ที่สำคัญกับธุรกิจของคุณ — AI จะดึงและจดจำข้อมูลเหล่านั้นให้อัตโนมัติ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น


  • 🎯 ปรับแต่งให้เหมาะกับธุรกิจ — แต่ละธุรกิจมีข้อมูลที่สำคัญต่างกัน
  • 🧠 AI ฉลาดขึ้น — เมื่อรู้จักลูกค้ามากขึ้น จะตอบได้ตรงจุดและเป็นส่วนตัวมากขึ้น
  • 💾 ไม่สูญเสีย context — ข้อมูลที่ดึงได้จะถูกเก็บไว้ใน customer profile ใช้ได้ทุกครั้งที่คุยต่อ
  • ทำงานควบคู่กับฟิลด์เดิม — ไม่กระทบกับฟิลด์พื้นฐาน เพิ่มได้เลย

“การรู้จักลูกค้าอย่างแท้จริงคือกุญแจสู่การขายที่ประสบความสำเร็จ — ยิ่งรู้มาก ยิ่งตอบโจทย์ได้ดี”


เจ้าของร้านสัตว์เลี้ยงต้องการเก็บ: ชื่อสัตว์เลี้ยง, ชนิดสัตว์, อายุสัตว์, ความเร่งด่วนในการซื้อ

ตั้งค่าฟิลด์พิเศษ:

  • Pet name — Guide: “ชื่อสัตว์เลี้ยงของลูกค้า (เช่น บราวนี่, แมวเหมียว, ลัคกี้)”
  • Pet type — Guide: “ชนิดสัตว์เลี้ยง (เช่น สุนัข, แมว, กระต่าย, นก)”
  • Pet age — Guide: “อายุสัตว์เลี้ยง (เช่น 3 ขวบ, 2 เดือน, 5 ปี)”
  • Purchase timeline — Guide: “ความเร่งด่วนในการต้องการสินค้า (เช่น ด่วนมาก, สัปดาหน์หน้า, แค่ดูก่อน)”

บทสนทนาตัวอย่าง:

ลูกค้า: ผมชื่อสุนัย มีหมาชื่อบราวนี่ อายุ 3 ขวบ ต้องการอาหารหมาด่วนมาก
AI: สวัสดีครับคุณสุนัย! ดีใจที่ได้รู้จักบราวนี่ค่ะ 🐕
สำหรับน้องหมาอายุ 3 ขวบ เรามีอาหารคุณภาพดีหลายรุ่นเลยค่ะ
เราสามารถจัดส่งด่วนให้คุณได้ภายในวันนี้เลยนะคะ

ผลลัพธ์ที่ AI ดึงได้:

  • Name: “สุนัย”
  • Pet name: “บราวนี่”
  • Pet age: “3 ขวบ”
  • Purchase timeline: “urgently”

ประโยชน์: ครั้งต่อไปที่สุนัยกลับมาคุยอีก AI จะจำได้ว่าเขาชื่ออะไร มีหมาชื่อบราวนี่อายุ 3 ขวบ สามารถแนะนำสินค้าได้ตรงจุดโดยไม่ต้องถามซ้ำ


เจ้าของร้านต้องการเก็บ: งบประมาณ, กรอบเวลาซื้อ, รู้จักเราได้อย่างไร

ตั้งค่าฟิลด์พิเศษ: (เปิดใช้งาน 3 default fields)

  • Budget — Guide: “งบประมาณหรือวงเงินที่ลูกค้าระบุ (เช่น 5000 บาท, ไม่เกิน 1000 ดอลลาร์, ไม่จำกัดงบ)”
  • Purchase timeline — Guide: “เมื่อไหร่ที่ลูกค้าต้องการสินค้า (เช่น ด่วน, สัปดาหน์นี้, เดือนหน้า, ดูก่อน)”
  • Referral source — Guide: “รู้จักเราได้อย่างไร (เช่น เพื่อนแนะนำ, Instagram, Google, TikTok, โฆษณา)”

บทสนทนาตัวอย่าง:

ลูกค้า: สนใจโน้ตบุ๊กค่ะ งบไม่เกิน 30,000 บาท ต้องใช้สัปดาหน์หน้า
เพื่อนแนะนำมาจาก Instagram
AI: ขอบคุณที่ให้ความสนใจค่ะ!
สำหรับโน้ตบุ๊กในงบ 30,000 บาท เรามีรุ่นที่น่าสนใจหลายรุ่นเลยค่ะ
ส่งได้ทันสัปดาหน้าแน่นอนค่ะ ขอแนะนำรุ่นยอดนิยมให้นะคะ...

ผลลัพธ์ที่ AI ดึงได้:

  • Budget: “30,000 บาท”
  • Purchase timeline: “สัปดาหน์หน้า”
  • Referral source: “เพื่อนแนะนำจาก Instagram”

ประโยชน์: AI จะแนะนำเฉพาะสินค้าที่ราคาไม่เกิน 30,000 บาท และเน้นย้ำว่าส่งได้ทันเวลา คุณยังรู้ด้วยว่าลูกค้ามาจาก Instagram เพื่อใช้วิเคราะห์ช่องทางการตลาด


ธุรกิจ B2B ต้องการเก็บ: ชื่อบริษัท, งบโครงการ, กรอบเวลาจัดซื้อ

ตั้งค่าฟิลด์พิเศษ:

  • Company or organization — Guide: “ชื่อบริษัท ร้านค้า หรือองค์กรที่ลูกค้าเป็นตัวแทน”
  • Budget — Guide: “งบประมาณโครงการที่ลูกค้าระบุ (เช่น 100,000 บาท, $5,000-$10,000)”
  • Purchase timeline — Guide: “กรอบเวลาที่ต้องการจัดซื้อ (เช่น ไตรมาสนี้, ปีหน้า, รอได้)”

บทสนทนาตัวอย่าง:

ลูกค้า: สวัสดีครับ ผมมาจากบริษัท ABC Tech สนใจซื้อคอมพิวเตอร์สำนักงาน
งบประมาณประมาณ 200,000 บาท ต้องการติดตั้งภายในเดือนนี้
AI: สวัสดีครับ! ยินดีต้อนรับคุณจาก ABC Tech ครับ
สำหรับงบ 200,000 บาท เราสามารถจัดชุดคอมพิวเตอร์สำนักงาน
พร้อมติดตั้งได้ภายในเดือนนี้เลยครับ ขอเสนอแพ็คเกจที่เหมาะสมให้นะครับ...

ผลลัพธ์ที่ AI ดึงได้:

  • Company or organization: “ABC Tech”
  • Budget: “200,000 บาท”
  • Purchase timeline: “ภายในเดือนนี้”

ประโยชน์: AI รู้ว่าเป็นลูกค้า B2B และจะปรับรูปแบบการสื่อสารให้เป็นทางการมากขึ้น พร้อมจดจำข้อมูลบริษัทและงบโครงการเพื่อใช้ติดตามต่อ


หน้า Business Rules แสดง Custom Information Extraction section พร้อมลูกศรชี้ที่เมนู Settings และ Business Rules

  1. เข้าสู่ DealDroid Dashboard
  2. คลิกเมนู Settings ที่แถบด้านซ้าย
  3. เลือก Business Rules
  4. เลื่อนลงมาจนเจอ section Custom Information Extraction

เมื่อสร้าง Droid ใหม่ ระบบจะมี 5 default fields ให้มาตั้งแต่แรก (ปิดการใช้งานทั้งหมด):

  1. Preferred contact channel — ช่องทางติดต่อที่ลูกค้าชอบนอกจากแชทปัจจุบัน (เช่น LINE, WhatsApp, โทรศัพท์, อีเมล)
  2. Budget — งบประมาณหรือวงเงินที่ลูกค้าระบุ (เช่น 5000 บาท, ไม่เกิน $100, ไม่จำกัดงบ)
  3. Company or organization — ชื่อบริษัท ร้านค้า หรือองค์กรที่ลูกค้าเป็นตัวแทน
  4. Purchase timeline — เมื่อไหร่ที่ลูกค้าต้องการสินค้า (เช่น ด่วน, สัปดาหน์นี้, เดือนหน้า, ดูก่อน)
  5. Referral source — รู้จักเราได้อย่างไร (เช่น เพื่อนแนะนำ, Instagram, Google, TikTok, โฆษณา)

วิธีเปิดใช้งาน:

  • คลิกปุ่ม toggle ข้างๆ ฟิลด์ที่ต้องการเปิด (เปลี่ยนเป็นสีเขียว)
  • หรือคลิกปุ่ม “Add all default fields” เพื่อเปิดพร้อมกันทั้งหมด

หมายเหตุ: คุณสามารถแก้ไขหรือลบ default fields เหล่านี้ได้ตามต้องการ


กดปุ่ม ”+ Add Field” และกรอกข้อมูล 2 ช่อง:

ชื่อที่ใช้เรียกฟิลด์นี้ — ควรสั้น กระชัด เข้าใจง่าย

กฎการตั้งชื่อ:

  • ความยาวสูงสุด 50 ตัวอักษร
  • ต้องไม่ซ้ำกับฟิลด์อื่นที่มีอยู่แล้ว (ไม่คำนึงตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่)

ตัวอย่างชื่อที่ดี:

  • ✅ “Pet name”
  • ✅ “Budget”
  • ✅ “Delivery date”
  • ✅ “Number of guests”
  • ✅ “ชื่อสัตว์เลี้ยง”

ควรหลีกเลี่ยง:

  • ❌ “Info” (คลุมเครือเกินไป)
  • ❌ “Data” (ไม่ชัดเจน)
  • ❌ “Details” (กว้างเกินไป)

สำคัญที่สุด! Guide คือสิ่งที่ AI ใช้เพื่อตัดสินใจว่าจะดึงข้อมูลอะไร จากข้อความของลูกค้า

กฎการเขียน Guide:

  • ความยาวสูงสุด 200 ตัวอักษร
  • ยิ่งชัดเจนยิ่งดี — อธิบายให้ละเอียดพร้อมตัวอย่าง
  • ใส่ตัวอย่างด้วย (e.g., ...) — ช่วยให้ AI เข้าใจรูปแบบที่คาดหวัง

ตัวอย่างการเขียน Guide:

❌ ไม่ดี✅ ดี
”Customer budget""Customer’s stated budget or spending limit (e.g., 5000 baht, under $100, no budget limit)"
"Pet information""Customer’s pet name (e.g., Brownie, Fluffy, Max)"
"Date""Date the customer needs delivery (e.g., next Monday, Feb 15, urgent)"
"Company""Customer’s company name, shop name, or organization they represent"
"Number""Number of people for dining reservation (e.g., 2 people, party of 10)"
"ชื่อสัตว์เลี้ยง""ชื่อสัตว์เลี้ยงของลูกค้า (เช่น บราวนี่, แมวเหมียว, ลัคกี้)"
"ความเร่งด่วน""ระดับความเร่งด่วนในการต้องการสินค้า (เช่น ด่วนมาก, สัปดาหน์หน้า, เดือนหน้า, แค่ดูก่อน, ไม่เร่งด่วน)”

เคล็ดลับในการเขียน Guide:

  • 📝 ใส่ตัวอย่างเสมอ → AI จะเข้าใจรูปแบบที่คาดหวังได้ชัดเจนขึ้น
  • 🎯 เฉพาะเจาะจง → ยิ่งบอกละเอียด AI ยิ่งดึงได้แม่นยำ
  • 🔢 ระบุ format ถ้าเป็นตัวเลขหรือวันที่ → เช่น “จำนวนเงินเป็นตัวเลข” หรือ “วันที่ในรูปแบบ DD/MM/YYYY”

เมื่อกรอกเสร็จแล้ว กดปุ่ม Save หรือ เพิ่ม


เปิด-ปิดการใช้งาน:

  • คลิก toggle switch ข้างๆ ฟิลด์
  • เปิด = AI จะดึงข้อมูลฟิลด์นี้
  • ปิด = AI จะข้ามฟิลด์นี้ไป (ไม่ทำอะไร)

ลบฟิลด์:

  • คลิกปุ่มลบ (ไอคอนถังขยะ)
  • ข้อมูลเก่าที่ดึงไว้แล้วจะไม่หาย — แค่หยุดการดึงข้อมูลใหม่

แก้ไขฟิลด์:

  • ⚠️ ไม่มีปุ่ม edit โดยตรง
  • หากต้องการแก้ชื่อหรือ guide → ลบแล้วสร้างใหม่

หมายเหตุ: เมื่อลบฟิลด์ ข้อมูลเก่าที่ AI ดึงไว้แล้วจะยังคงอยู่ใน customer profile (orphaned data) แต่จะไม่มีการดึงข้อมูลใหม่อีกต่อไป


การทดสอบจะช่วยให้คุณมั่นใจว่า AI ดึงข้อมูลได้ถูกต้องตามที่คาดหวัง

1. ไปที่หน้าที่มี Test Panel

หน้า Product แสดง test chat panel ด้านขวา พร้อมลูกศรชี้ที่ปุ่ม i

  • ไปที่หน้า Product, Document, Sale Script หรือหน้าอื่นที่มี test chat panel อยู่ด้านขวา
  • เปิด test chat (ถ้ายังไม่เปิดอยู่)

2. พิมพ์ข้อความทดสอบ

ลองพิมพ์ข้อความที่มีข้อมูลที่คุณต้องการให้ AI ดึง

ตัวอย่างข้อความทดสอบ:

  • "ผมชื่อสุนัย ต้องการอาหารหมาด่วนมาก"
  • "สนใจโน้ตบุ๊กค่ะ งบไม่เกิน 30,000 บาท ต้องใช้สัปดาหน์หน้า"

3. รอ AI ตอบกลับ

AI จะตอบคำถามตามปกติ

4. ตรวจสอบข้อมูลที่ AI ดึงได้

Customer information panel แสดง Custom Information section พร้อมข้อมูลที่ดึงได้

  • คลิกปุ่ม i (info icon) ที่อยู่บน customer card
  • Card จะ flip ไปด้านหลัง แสดงข้อมูลลูกค้า
  • มองหา section “Custom Information”
  • จะเห็นฟิลด์ที่ AI ดึงได้พร้อมค่า เช่น:
    Name: สุนัย
    Purchase timeline: urgently

หมายเหตุ: ถ้าไม่มีข้อมูลใดๆ เลย section “Custom Information” จะไม่แสดง

5. ตรวจสอบความถูกต้อง

เปรียบเทียบผลที่ได้กับผลที่คาดหวัง:

  • ถูกต้อง → AI ดึงได้ตามที่ต้องการ เก่งมาก!
  • ผิดพลาด หรือ ไม่ดึงเลย → ลองปรับ Guide ให้ชัดเจนขึ้น

ทดสอบแบบไม่มีข้อมูล:

  • พิมพ์: "มีสินค้าอะไรบ้างครับ"
  • ผลที่คาดหวัง: ไม่ควรดึงข้อมูลใดๆ (เพราะไม่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้อง)

ทดสอบหลาย fields พร้อมกัน:

  • พิมพ์: "ผมชื่อเจมส์ จากบริษัท ABC Tech งบ 50,000 บาท ต้องการภายในสัปดาหน์นี้"
  • ผลที่คาดหวัง: ดึงได้ Name, Company, Budget, Purchase timeline ครบ

ทดสอบหลังจากปิด field:

  • ปิด field ที่ต้องการทดสอบ
  • ทดสอบใหม่ → ไม่ควรดึงฟิลด์ที่ปิดไว้

เมื่อ AI ดึงข้อมูลได้แล้ว ข้อมูลเหล่านั้นจะถูก:

  1. บันทึกลง Customer Profile — รวมกับข้อมูลอื่นๆ ของลูกค้า
  2. เก็บไว้ถาวร — ไม่สูญหายเมื่อปิดแชทหรือผ่านไปหลายวัน
  3. นำมาใช้ในการตอบครั้งต่อไป — AI จะจดจำและตอบได้ตรงจุดขึ้นโดยไม่ต้องถามซ้ำ

ตัวอย่างการใช้งาน:

ครั้งแรกที่คุย:

ลูกค้า: งบไม่เกิน 5,000 บาท
AI: (บันทึก Budget: "5,000 baht")
เข้าใจค่ะ งบประมาณ 5,000 บาท ขอแนะนำสินค้าในราคานี้ให้นะคะ...

ครั้งที่สองที่คุย (วันต่อมา):

ลูกค้า: มีรุ่นอื่นอีกไหมครับ
AI: (จำได้ว่า Budget: "5,000 baht")
มีค่ะ! สำหรับงบ 5,000 บาท เรามีอีก 3 รุ่นที่น่าสนใจ...

ข้อดี: ลูกค้าไม่ต้องบอกซ้ำ AI ก็จำได้ — สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นและเป็นส่วนตัว


  • เปิดเฉพาะฟิลด์ที่จำเป็นจริงๆ — อย่าเปิดทุกอย่าง
  • ถามตัวเอง: “ข้อมูลนี้จะช่วยให้ AI ตอบลูกค้าได้ดีขึ้นหรือไม่?”
  • ยิ่งมีฟิลด์น้อย AI ยิ่งทำงานเร็วและแม่นยำ
  • ใส่ตัวอย่างเสมอ → เช่น (e.g., urgent, next week, just browsing)
  • ชัดเจน เฉพาะเจาะจง → “Pet’s name” ดีกว่า “Pet info”
  • ระบุ format → “Date in DD/MM/YYYY” หรือ “Number without currency symbol”
  • ทดสอบใน test panel ก่อนเปิดให้ลูกค้าใช้จริง
  • ลองหลายๆ แบบ: ข้อความสั้น, ยาว, มีหลายฟิลด์, ไม่มีฟิลด์
  • ปรับ Guide ถ้าผลไม่ตรงตามที่คาดหวัง
  • ตั้งชื่อให้เข้าใจง่าย (ภาษาอังกฤษหรือไทยก็ได้)
  • ลบฟิลด์ที่ไม่ใช้แล้ว → ทำให้ AI ทำงานเร็วขึ้น
  • อย่าเกิน 10 fields → ยิ่งมากยิ่ง complex
  • ไม่ต้องการข้อมูลนั้นแล้ว
  • AI ดึงผิดบ่อย → ลองปรับ Guide ก่อน ถ้ายังไม่ได้ก็ปิด
  • ไม่มีลูกค้าให้ข้อมูลนั้นเลย (หลังสังเกตการใช้งานจริงสักพัก)

หมายความว่า:

  • ถ้าลูกค้าไม่ได้บอกข้อมูลมาเอง → AI จะไม่ดึงอะไรเลย
  • AI จะไม่ถามว่า “งบประมาณของคุณเท่าไหร่?” หรือ “ชื่อสัตว์เลี้ยงของคุณคืออะไร?”
  • ข้อมูลจะถูกดึงเฉพาะเมื่อลูกค้าพูดมาเองในบทสนทนา

หากคุณต้องการให้ AI ถามคำถามกับลูกค้าเพื่อเก็บข้อมูล สามารถเพิ่มคำถามได้ใน 2 ที่:

1. ใส่ในส่วน Intent (การจับความตั้งใจ)

สร้าง Intent ใหม่หรือแก้ไข Intent ที่มีอยู่ โดยให้ AI ถามคำถามที่ต้องการ

ตัวอย่าง Intent สำหรับร้าน Pet Shop:

Intent: Greeting
Goal: ทักทายลูกค้าแบบน่ารัก
Strategy:
- แอบถามข้อมูลลูกค้าเบื้องต้น เช่น ชื่อ ชนิด หรืออายุของสัตว์เลี้ยง

2. ใส่ในส่วน Important Instructions (คำสั่งสำคัญ)

เพิ่มคำสั่งใน Important Instructions ให้ AI พยายามถามคำถามเฉพาะข้อมูลที่สำคัญกับลูกค้าเสมอ ไม่ว่าลูกค้าจะมาด้วย intent อะไรก็ตาม

ตัวอย่าง Important Instructions:

เมื่อลูกค้าสนใจสินค้า ให้ถามข้อมูลดังนี้:
- ชื่อสัตว์เลี้ยง ชนิด และอายุ (สำหรับสินค้าสัตว์เลี้ยง)
- งบประมาณที่ต้องการใช้
- ความเร่งด่วนในการต้องการสินค้า
ถามอย่างเป็นธรรมชาติและไม่รู้สึกเหมือนกรอกแบบฟอร์ม

เปรียบเทียบแนวทาง: การเก็บข้อมูลลูกค้า 3 วิธี

หัวข้อที่มีชื่อว่า “เปรียบเทียบแนวทาง: การเก็บข้อมูลลูกค้า 3 วิธี”
แนวทาง1. ใช้แค่ Extraction Fields2. Extraction + Intent3. Extraction + Important
AI ถามคำถาม?❌ ไม่ถามเลย✅ ถามเฉพาะใน Intent ที่กำหนด✅ ถามตลอดทุก Intent
เก็บข้อมูลเมื่อลูกค้าพูด?✅ เก็บเสมอ✅ เก็บเสมอ✅ เก็บเสมอ
เหมาะสำหรับลูกค้ามักบอกข้อมูลเองต้องการถามเฉพาะบางสถานการณ์ต้องการให้ครบถ้วนทุกครั้ง
ตัวอย่างลูกค้าบอก “งบ 5000” AI ก็เก็บไว้ถามตอน Greeting เท่านั้น ตอน intent อื่นไม่ถามถามทุก intent ไม่ว่าลูกค้าจะคุยเรื่องอะไร
ข้อดีไม่รบกวนลูกค้า ดูธรรมชาติยืดหยุ่น ถามเฉพาะตอนที่เหมาะสมได้ข้อมูลครบแน่นอน
ข้อเสียอาจไม่ได้ข้อมูลบางอย่างต้องกำหนดหลาย Intentอาจดูเหมือนสอบสวนถ้าถามมากเกินไป

สำคัญ: ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน Extraction Fields จะเก็บข้อมูลอัตโนมัติเสมอเมื่อลูกค้าพูดถึง — แม้ว่า AI จะไม่ได้ถามก็ตาม

แนะนำ: เริ่มต้นด้วย วิธีที่ 1 (ใช้แค่ Extraction Fields) แล้วค่อยเพิ่ม Intent/Important ถ้าพบว่าได้ข้อมูลไม่ครบ


ตรวจสอบ:

  • ✅ ฟิลด์เปิดใช้งานหรือยัง (toggle = ON)
  • ✅ Guide ชัดเจนพอหรือไม่ → ลองเพิ่มตัวอย่าง
  • ✅ ข้อความของลูกค้ามีข้อมูลที่เกี่ยวข้องหรือไม่

วิธีแก้:

  • ปรับ Guide ให้ชัดเจนขึ้นพร้อมตัวอย่างที่หลากหลาย
  • ลองใส่คำว่า “extract only …” ใน Guide เพื่อจำกัดขอบเขต
  • ถ้ายังไม่ได้ → ติดต่อ support

สาเหตุ:

  • ต้องมีอย่างน้อย 1 field ที่มีค่า → ถ้าไม่มีเลย section จะไม่แสดง
  • อย่าลืมกดปุ่ม i เพื่อ flip card ไปด้านหลัง
  • ⚠️ ไม่มี edit โดยตรง
  • วิธีแก้: ลบฟิลด์เดิม → สร้างฟิลด์ใหม่
  • ข้อมูลเก่าที่ดึงไว้แล้วจะไม่หาย (ปลอดภัย)

วิธีแก้:

  • ลบฟิลด์ที่ไม่ใช้
  • หรือรวมฟิลด์ที่คล้ายกัน (เช่น รวม “Pet name” และ “Pet type” เป็น “Pet information”)